OKEx-logo

OKX เป็นนวัตกรรมศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ให้บริการทางการเงินขั้นสูง เราอาศัยเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อจัดหาทุกสิ่งที่จำเป็นให้คุณเพื่อการเทรดและการลงทุนที่ชาญฉลาด

เพลิดเพลินไปกับโทเคนและคู่เหรียญการเทรดนับร้อย ด้วย OKX คุณจะได้เข้าร่วมศูนย์ซื้อขายอคริปโทชั้นนำแห่งหนึ่งเมื่อพิจารณาจากปริมาณการเทรด เราให้บริการผู้ใช้นับล้านรายจากกว่า 100 ประเทศ ปริมาณการเทรดฟิวเจอร์ส BTC ของเราอยู่ที่วันละ 1500 ล้านเหรียญ นอกเหนือจากฟิวเจอร์ส เรายังให้บริการสปอต, มารจิน, ออปชัน, Perpetual Swap, DeFi, การให้ยืม และบริการขุดอีกด้วย

our-missio
ภารกิจของเรา
OKX นำบล็อกเชนมาใช้เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินยุคใหม่ เรามุ่งมั่นที่จะทลายอุปสรรคทางการเงิน พัฒนาเศรษฐกิจโลก และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้ดียิ่งขึ้น เราไม่เคยหยุดสร้างสรรค์นวัตกรรมและยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้เพื่อทำให้การเทรดและการลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซีเปิดกว้างสำหรับทุกคน
out-technical
เทคโนโลยีของเรา
การรักษาความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเรา OKX มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย มีความเสถียร และไว้ใจได้สำหรับการเทรดคริปโทผ่านทางเว็บและแอปมือถือ เราใช้วิธีรักษาสมดุลของโหลดเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก คลัสเตอร์แบบกระจาย และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อปกป้องคุณ ผลิตภัณฑ์และบริการของเราออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคุณและตามข้อเสนอแนะของคุณ
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคริปโท

คริปโทเคอร์เรนซีในรูปของบิทคอยน์มีการเติบโตอย่างมากเนื่องจากนวัตกรรมเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตที่ล้ำหน้าตั้งแต่ปี 2009 ในทุกวันนี้ มีผู้ใช้บิทคอยน์และผู้ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ หลายสิบล้านคนในหลายประเทศทั่วทุกมุมโลก เทคโนโลยีบล็อกเชนพื้นฐานที่ต่อยอดมาจากบิทคอยน์ถือว่าเป็นการประยุกต์ด้านสินทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสังคม บุคคลสาธารณะในโลกหลายท่านได้เปรียบเทียบบิทคอยน์กับการประดิษฐ์คิดค้นอินเทอร์เน็ต บุคคลดังกล่าวส่วนใหญ่เชื่อว่า บิทคอยน์และเทคโนโลยีบล็อกเชนพื้นฐานเป็นรากฐานของ “อินเทอร์เน็ตทางการเงิน” และมีศักยภาพในการสร้างระบบทางการเงินของโลกขึ้นมาใหม่จากรากฐานดั้งเดิมนี้

เนื่องจากบิทคอยน์และบล็อกเชนได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก จึงมีบริษัทร่วมทุนและผู้ประกอบการระดับโลกมากมายต่างหลั่งไหลเข้ามาในวงการนี้ ในตอนนี้เศรษฐกิจที่อาศัยบิทคอยน์และบล็อกเชนกำลังก่อตัวขึ้นในระยะแรกแล้ว ในระดับโลก Google, Goldman Sachs, Softbank และ NYSE รวมถึงบริษัทชั้นนำระดับโลกอื่นๆ อีกมากมายได้ลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัปหลายๆ แห่งในธุรกิจนี้แล้ว บิทคอยน์และบล็อกเชนจะหาหนทางเข้าไปประยุกต์ใช้ในสาขาต่างๆ เช่น การธนาคาร หลักทรัพย์ การประกัน การสอบบัญชี และโนตารีในอีก 5 ถึง 10 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน มูลค่าเศรษฐกิจโดยรวมที่เกิดจากบิทคอยน์และเทคโนโลยีบล็อกเชนอาจมีมูลค่าสูงถึงหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในปัจจุบันนี้ ธุรกิจยักษ์ใหญ่ในโลกมี 5 มุมมองเกี่ยวกับบิทคอยน์และเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยค่อยๆ เริ่มมีความคิดเห็นที่เป็นเอกฉันท์ ได้แก่

1. บิทคอยน์เป็นสินค้าเสมือนอย่างหนึ่งและมีความคล้ายคลึงกับการลงทุนแบบดั้งเดิมในหลายๆ ด้าน

2. บิทคอยน์เป็นวิธีการชำระเงินแบบ P2P และมีศักยภาพที่จะท้าทายเจ้าครองตลาดอย่าง Visa

3. บล็อกเชนบิทคอยน์ ในฐานะที่เป็นบล็อกเชนพื้นฐาน สามารถให้โซลูชันร่วมกันสำหรับบล็อกเชนสาธารณะอื่นๆ ได้ โดยที่ตัวบิทคอยน์เองเป็นค่าธรรมเนียมสำหรับบริการนี้ ด้วยเหตุนี้ บล็อกเชนบิทคอยน์อาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับต่อยอดแอปพลิเคชันบล็อกเชนอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

4. บิทคอยน์เป็นสกุลเงินเสมือนทางอินเทอร์เน็ต บิทคอยน์มีคุณลักษณะบางอย่างเหมือนสกุลเงินแบบดั้งเดิม และมีคุณลักษณะบางอย่างเหมือนระบบชำระเงินแบบดั้งเดิมในชุมชนอินเทอร์เน็ต

5. บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์สำรองอย่างหนึ่งเหมือนเช่นทอง และเนื่องจากบิทคอยน์มีมาตรฐาน สามารถแบ่งได้ และสามารถโอนทางออนไลน์ได้ บิทคอยน์จึงมีข้อได้เปรียบมากมายในหลายแง่มุม เช่น ประสิทธิภาพในการชำระเงิน ต้นทุนในการเก็บรักษา และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยเหตุนี้ บิทคอยน์จึงมีศักยภาพที่จะกลายเป็น “ทองดิจิทัล” ในรูปแบบหนึ่ง ดังนั้น จึงเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสที่จะสามารถแทนที่ทองในยุคที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูได้

ประเทศส่วนใหญ่ยังไม่ให้การยอมรับว่าบิทคอยน์เป็นสกุลเงิน แต่ให้นิยามว่าเป็นสินค้าเสมือน แต่ถึงอย่างนั้น หลายๆ ประเทศก็ได้ออกกฎระเบียบข้อบังคับหรือเริ่มให้การสนับสนุนอย่างแข็งขันเพื่อส่งเสริมให้บิทคอยน์เติบโต ในตอนนี้ ทัศนคติโดยรวมของหน่วยงานกำกับดูแลเริ่มเปลี่ยนจากที่มีมุมมองแบบเฉยๆ เป็นไปในเชิงบวกมากขึ้น สหรัฐอเมริกาเองก็ได้รวมบิทคอยน์ไว้ในระบบกำกับดูแลทางการเงินที่มีมาแต่เดิม โดยที่บริษัทบิทคอยน์ต่างๆ จะต้องขอรับ MTL (Money Transmitting License) หรือใบอนุญาตโอนเงิน รัฐนิวยอร์กก็ได้ออก BitLicense เพื่อการกำกับดูแลบิทคอยน์เป็นการเฉพาะ หลายๆ ประเทศในยุโรปก็เริ่มมีทัศนคติในเชิงบวกกับบิทคอยน์เช่นกัน บางประเทศได้กำหนดกรอบการทำงานเพื่อกำกับดูแลบิทคอยน์ โดยบางประเทศยืนกรานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์ควรเสียภาษีแบบที่มีมาแต่เดิมด้วย FSA ของประเทศญี่ปุ่นได้ให้การยอมรับอย่างเป็นทางการว่าบิทคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย และออกกฎว่าศูนย์ซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลทุกแห่งจะต้องจดทะเบียนกับ FSA ในอดีต รัฐบาลของรัสเซียเคยออกคำสั่งแบนบิทคอยน์ แต่ได้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวหลังจากที่หลายๆ ประเทศได้ออกกฎระเบียบข้อบังคับ Raghuram Rajan ผู้ว่าการธนาคารกลางของอินเดียกล่าวว่า ก่อนที่เราจะลงมติเป็นเอกฉันท์เกี่ยวกับศักยภาพของบิทคอยน์ เราควรศึกษาในเชิงลึกก่อน แทนที่จะดำเนินการในลักษณะที่เป็นการบังคับมากจนเกินไป